Skip to main content

วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประวัติความเป็นมา


 กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมศิลปากร เห็นสมควรที่จะขยายการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทางนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ให้แพร่หลาย
ยิ่งขึ้น จึงได้ประกาศจัดตั้งวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรีเป็นสถานศึกษาสังกัดกองศิลปศึกษา กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ เมื่ออวันที่ 2 กรกฎาคม 2534
มีหน้าที่ให้การศึกษาวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติทางด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์และคีตศิลป์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ระดับชัั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 1-3 รวมทั้งการอนุรักษ์ เผยแพร่ ส่งเสริม วิจัยและให้บริการทางวิชาการด้านนาฏศิลป์ดนตรีแก่สังคมทั้งในและ นอกระบบ 

           วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี เดิมสังกัดสถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ เริ่มเปิดทำการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2536 ณ อาคารเรียนถาวร ของวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ซึ่งตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 119 หมู่ 1 ถนนสุพรรณบุรี - ชัยนาท ตำบล สนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี รหัสไปรษณีย์ 72000 (ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด สุพรรณบุรีแห่งใหม่) และเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2545 ตามหนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี คำสั่งที่ 306/2545 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี สังกัด สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี สังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โทรศัพท์ 0-3553-5247 โทรสาร 0-3553-5248 http://cdasp.bpi.ac.th
e-mail : cdasp@bpi.mail.go.th 

            วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี เริ่มเปิดทําการเรียนการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2536 โดยมีวัตถุประสงค์สําคัญและภาระหน้าที่หลัก ดังนี้
            1) เพื่อขยายการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติทางด้านนาฏดุริยางคศิลป์ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น
            2) จัดการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติทางด้านนาฏดุริยางคศิลป์ โดยผลิตบุคลากรทาง ศิลปะ ได้แก่ ศิลปิน ครูสอนศิลปะ (นาฏศิลป์ ดนตรี) ให้มีปริมาณและคุณภาพตามความต้องการของสังคม
            3) อนุรักษ์ เผยแพร่ ส่งเสริม และวิจัยศิลปวัฒนธรรมของชาติทางด้านนาฏดุริยางคศิลป์รวมทั้งศิลปะพื้นบ้านประจําภาค โดยเฉพาะเพลงอีแซว ลําตัด เพลงฉ่อย ลิเก ฯลฯ
            4) ให้บริการทางวิชาการด้านนาฏดุริยางคศิลป์แก่สังคม ทั้งในและนอกระบบอย่างมีประสิทธิภาพ พ.ศ. 2539 วิทยาลัยนาฏศิลปะสุพรรณบุรีได้โอนจากกองศิลปศึกษามาสังกัด สถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ

            พ.ศ. 2545 วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ได้โอนจากสังกัดสถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการมาสังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 โดยมีบัญญัติให้จัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้น และมีพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการ ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2545 

            พ.ศ. 2550 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติ สถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550 เป็นสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวิทยาลัยนาฏศิลป วิทยาลัยช่างศิลปในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมจํานวน 15 แห่ง เป็นสถานศึกษาในกํากับ ดูแล และ ปัจจุบันวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี เป็นสถานศึกษาแห่งหนึ่งในส่วนภูมิภาคซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับ ดูแล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม 

           ปัจจุบัน วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี จัดการศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับขั้นพื้นฐานวิชาชีพ ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา รวมทั้งหมด
7 หลักสูตร ดังนี้ 

          ระดับขั้นพื้นฐานวิชาชีพ แบ่งออกเป็น 1 หลักสูตร คือ
            1. หลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ปรับปรุงพุทธศักราช 2562) มัธยมศึกษา ปีที่ 1 - 3 

         ระดับอาชีวศึกษา แบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คือ
            1. หลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป์ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3)
            2. หลักสูตรนาฏดุริยางคศิลป์ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (หลักสูตรปรับปรุง) พุทธศักราช 2567 ประเภทวิชา ศิลปกรรม (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นปีที่ 1 – 2) 

         ระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 4 หลักสูตร ดังนี้
            1. หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา (4 ปี) หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2562 (ระดับปริญญาตรีปีที่ 1 – 4)
            2. หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา (4 ปี) หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2562 (ระดับปริญญาตรี ปีที่ 1 – 4)
            3. หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา (4 ปี) หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2567 (ระดับปริญญาตรีปีที่ 1 – 4)
            4. หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา (4 ปี) หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2567 (ระดับปริญญาตรี ปีที่ 1 – 4)

 1) ดวงตราสัญลักษณ์ เป็นรูปวงกลม สีเหลือง ซ้อนกันสองวง มีลวดลายคล้ายกลีบบัวเรียงกันโดยรอบวงกลมชั้นในมีลาย คล้าย หน้าขบ สีเทา
ซ้อนอยู่ด้านบนมีแถบริบบิ้นสีเทา ซ้อนอยู่ด้านล่าง ภายในแถบริบบิ้นมีตัวอักษรไทย สีเขียว คำว่า “สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์” หรือภาษาอังกฤษคำว่า “Bunditpatanasilpa Institute of Fine Arts” ภายในวงกลมมีรูปพระพิฆเนศสี่กร สีเหลือง ตัดเส้นขอบรอบองค์ด้วย สีดำ ประทับนั่งพระวรกายเอียงเล็กน้อย
หันพระพักตร์เฉียงไปทางซ้าย พระหัตถ์ขวาบนทรงตรีศูล พระหัตถ์ขวาล่างทรง งาช้าง พระหัตถ์ซ้ายบนทรงบ่วงบาศ พระหัตถ์ซ้ายล่างทรงหม้อขนมโมทกะ
มีพื้นหลังสีเขียวรอบรูปพระพิฆเนศ

  2) พระพุทธรูปประจำสถานศึกษา พระพุทธรูปประจำสถานศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ที่จัดสร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูปศิลปะอู่ ทองขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว เนื้อนวโลหะ ปิดทอง ปางมารวิชัย ซึ่งได้เข้าพิธีมหาพุทธาภิเษกโดย พระคณาจารย์ 421 รูป ท่ามกลางฟ้าดิน ณ วัดดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 15 – 18 มกราคม 2548 เนื่องในโอกาส 420 ปี ตรงกับวันประกาศอิสรภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดังนั้น การเลือกพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองเป็นพระพุทธรูปประจำสถานศึกษา นับว่าเป็นศิริมงคล และสอดคล้องกับยุคสมัยอู่ทองอันเป็นที่ตั้งของเมืองสุพรรณบุรี ในโอกาสอันเป็นมงคลดังกล่าววิทยาลัย นาฏศิลปสุพรรณบุรีได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้าสกลมหาสังฆปรินายก ถวายนามพระพุทธรูปประจำวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรีว่า “พระพุทธรัตนศิลปะประทานพร”

    3) ดอกไม้ประจำวิทยาลัย ดอกพิกุล เป็นดอกไม้ที่มีความหมายในการบูชา ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นมงคล ดอกพิกุลมีขนาดเล็กออกเป็นช่อ
มีสีขาว เมื่อบานจะเห็นริมดอกเป็นจักๆ มีกลิ่นหอมเย็นทั้งเมื่อยังสดและ แห้ง นิยมใช้บูชาพระ หรือทำเป็นยาแผนโบราณ แม้ร่วงหล่นกลายเป็นสีน้ำตาลแต่ก็ยังมี
กลิ่นหอม สามารถนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยได้ ส่วนชาววังนิยมนำมาทำ “บุหงา” เป็นของชำร่วยแจกในงานมงคล และยังใช้ สื่อความหมายในเรื่องของการพูด
“คุณค่าของคำคน ดั่งดอกพิกุลร่วง แม้แห้งแล้วยังหอมนาน”

4) ปรัชญา “สาธุ โข สิปฺปกํ นาม อปี ยาทิสกีทิสํ” “ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่งก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้” (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานในโอกาสครบรอบ 60 ปี วิทยาลัยนาฏศิลป : 17 พฤษภาคม 2537)